สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว เชียงใหม่ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ


.

กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

งานของกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ

เป้าหมาย   “ส่งเสริม รักษา ให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศ”

ภารกิจหลัก

-ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ทั่วไปในต่างประเทศ
- ช่วยเหลือคุ้มครองแรงงานไทยในต่างประเทศ
-ช่วยเหลือเรือประมงและลูกเรือไทยที่ถูกจับในต่างประเทศ
-ช่วยเหลือคนไทยโดยเฉพาะเด็กและหญิงไทยที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์
-ช่วยเหลือคนไทยกรณีเกิดสงคราม ภัยทางการเมืองและภัยธรรมชาติ
- งานดูแลนักเรียนทุนรัฐบาลข้าราชการที่ฝึกงาน

1. การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ทั่วไป

- ส่งตัวคนไทยที่ประสบปัญหาต่างๆ เช่น เจ็บป่วยไม่มีเงินเดินทางกลับประเทศไทย กลับประเทศไทย
- ติดตามหาญาติที่สูญหายหรือขาดการติดต่อ
- จัดการศพคนไทยที่เสียชีวิตในต่างประเทศ
- ติดตามทรัพย์สินที่สูญหาย
- ดูแลคนไทยที่ถูกจำคุกในต่างประเทศ

2. การช่วยเหลือคุ้มครองแรงงานไทย
2.1 กรณีเดินทางไปทำงานอย่างถูกกฎหมาย

-ตรวจสอบสภาพการจ้างงาน สัญญาจ้างโดยเฉพาะในประเทศที่ไม่มีสำนักงานแรงงานตั้งอยู่หรือได้รับการร้องขอจากกระทรวงแรงงาน
-ดูแล เยี่ยมเยียน สภาพชีวิต ความเป็นอยู่และสภาพการทำงานของแรงงานไทย
-เจรจากับนายจ้างและติดตามเรียกร้องเงินและสิทธิประโยชน์อันพึงได้ให้กับแรงงานไทย
-ประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องภายในประเทศนั้นๆ ให้นายจ้างให้ปฏิบัติตามสัญญาจ้างงาน
-จัดส่งแรงงานไทยที่ตกทุกข์ได้ยาก กลับประเทศไทย

2.2  กรณีเดินทางไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย

- ประสานหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้ปล่อยตัวแรงงานไทยที่ถูกจับกุมและส่งตัวแรงงานไทยกลับประเทศไทย
- ประสานหน่วยงานภายในประเทศ เพื่อดำเนินการเอาผิดกับนายหน้าที่หลอกลวงแรงงานไทย
- ติดตามเงินและสิทธิประโยชน์พึงได้ให้แก่แรงงาน

3. การช่วยเหลือเรือประมงและลูกเรือที่ถูกจับ

- ประสานหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการปล่อยตัวลูกเรือและปล่อยเรือประมง
- จัดหาที่พัก อาหาร ฯลฯ ระหว่างรอส่งตัวกลับ
- ส่งตัวลูกเรือกลับประเทศไทย
- ประชาสัมพันธ์ป้องกันการทำประมงในน่านน้ำต่างชาติ อย่างผิดกฎหมาย
- ประชาสัมพันธ์กฎ ระเบียบการทำประมงในน่านน้ำต่างชาติ โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านของไทย

4. การช่วยเหลือเด็กและหญิงไทยที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ในต่างประเทศ

- ช่วยเหลือจากสถานที่กักขัง/สถานบริการ โดยการประสานกับ สอท. / สกญ. ที่เกี่ยวข้อง
- จัดหาที่พัก อาหาร เยียวยาเบื้องต้น ฯลฯ ระหว่างรอส่งตัวกลับ
- สอบสวนให้ได้มาซึ่งข้อมูล หลักฐาน เพื่อเอาผิดกับขบวนการค้ามนุษย์
- เจรจากับทางการท้องถิ่นเพื่อยกเว้นข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย         
- ส่งตัวกลับประเทศไทย
- ประสานหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้อง เช่น  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขจัดขบวนการค้ามนุษย์และกรมพัฒนาสังคมฯ เพื่อส่งตัวกลับภูมิลำเนาและจัดฝึกอาชีพให้เหยื่อสามารถดำเนินชีวิตในสังคมอย่างปกติต่อไป

5. การช่วยเหลือคนไทยกรณีเกิดสงคราม ความรุนแรงทางการเมืองและภัยธรรมชาติ

- ประสาน สอท. / สกญ. ในการจัดทำแผนอพยพคนไทยในกรณีฉุกเฉิน
- เตือนภัยและแจ้งสถานการณ์ความรุนแรงต่าง ๆ ให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบ พร้อมคำแนะนำ
- ดำเนินการอพยพ หากสถานการณ์เลวร้ายหรือรุนแรงโดย    จัดให้อพยพคนไทยไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย หรือกลับประเทศไทย อาทิ การอพยพนักเรียน/นักศึกษาจากอียิปต์ ระหว่างวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2554 และ การอพยพแรงงานไทยออกจากลิเบีย ที่กำลังดำเนินการอยู่ขณะนี้

6. งานดูแลนักเรียนทุนรัฐบาลและข้าราชการที่ฝึกงาน

- หาสถานศึกษา / ตรวจสอบสถานศึกษา
- ตรวจสอบคุณวุฒิการศึกษา
- ขยายระยะเวลาการศึกษาต่อ
- ออกหนังสือรับรอง No Objection
- แจ้งผลการศึกษา
- รายงานการลาหรือเดินทางกลับประเทศไทย

การแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ

1. ทางโทรศัพท์ / จดหมาย    

- แจ้งผ่านญาติที่ประเทศไทย
- แจ้ง สถานเอกอัครราชทูต / สถานกงสุลใหญ่ โดยตรง
- แจ้งกองคุ้มครองฯโดยตรง

2. แจ้งผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียน ร้องทุกข์ ในประเทศไทย
3. แจ้งผ่านหน่วยราชการต่าง ๆ ของไทยในต่างประเทศ

สถิติการให้ความช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ ประจำปีปฏิทิน 2550 - 2552

ประเภทการให้ความช่วยเหลือ

2550

2551

2552

2553

2554

 คนไทยที่ตกทุกข์ได้ยากทั่วไป

1,450

1,598

1,293

1,058

1,132

 ช่วยเหลือแรงงานไทย

1,451

190

868

191

20

 ช่วยเหลือชาวประมง

79

61

125

52

73

 ช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกไปขายบริการ

447

409

362

ช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตในต่างประเทศ

158

156

132

ติดตามเงินพึงได้ และผลประโยชน์อื่น ๆ

124

65

84

ติดตามหาญาติและตรวจสอบสถานภาพความเป็นอยู่

70

80

84

อื่นๆ

850

95

32

รวมทั้งสิ้น

4,629

2,654

2,980

1,429

1,269

 

 

 

 

 

 

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2551

  1. กำหนดลักษณะการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์  โดยหมายรวมถึงการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ การตัดอวัยวะ การเอาคนมาเป็นขอทาน เป็นต้น และครอบคลุมถึงผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก
  2. มีแนวทางการช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการ   ค้ามนุษย์ 
  3. มีกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
  4. มีบทกำหนดโทษผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี  โทษปรับตั้งแต่ 8 หมื่น - 1 ล้านบาท

บทบาทกรมการกงสุล : 3Ps

การให้ความช่วยเหลือ (Protection)  ผ่านสถานเอกอัครราชทูต / สถานกงสุลใหญ่  รวม 90 แห่ง ใน 65 ประเทศ

การปราบปราม (Prosecution) โดยผ่านการประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ฯลฯ  เพื่อดำเนินคดีกับขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม

การป้องกัน (Prevention)  ซึ่งเป็นบทบาทที่กรมการกงสุลให้ความสำคัญมากที่สุด

การให้ความช่วยเหลือ (Protection)

  1. ดำเนินการผ่านสถานเอกอัครราชทูต / สถานกงสุลใหญ่  รวม 90 แห่ง ใน 65 ประเทศ
  2. ให้ความช่วยเหลือทั้งผู้หญิง ผู้ชาย แรงงานทั่วไป แรงงานในภาคประมง แรงงานในภาคบริการ และ เด็กนักเรียน
  3. ดำเนินการตามระเบียบก.คลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือคนไทยตกทุกข์ได้ยากใน ตปท. ปี 2549 
    (หลังจาก พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์มีผลบังคับใช้ จะใช้เงินจากกองทุนแทน)

การป้องกัน (Prevention)

การป้องกันที่ต้นทาง
การรณรงค์ประชาสัมพันธ์

  1. ผ่านสื่อวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ แผ่นพับสาระน่ารู้ คู่มือคนไทยในต่างประเทศ ประกาศเตือนภัย  เป็นต้น

การจัดทำ Mobile Unit

  1. ความร่วมมือกับ NGOs ในพื้นที่ ได้แก่ TRAFCORD  ผ่านโครงการอบรมแกนนำชุมชนเฝ้าระวังปัญหาการค้ามนุษย์ โดยจัดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน เชียงราย
  2. ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น  ในพื้นที่จังหวัดทางภาคอิสาน ได้แก่ ขอนแก่น อุบลราชธานี มหาสารคาม อุดรธานี

การป้องกัน  (ในต่างประเทศ)
 สนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนไทย ใน 3 ลักษณะ ได้แก่

-    ให้เกิดการรวมตัวของคนไทย
-    เพิ่มพูนทักษะและศักยภาพชุมชนไทยในต่างประเทศ และ
-    การสร้างความเป็นหุ้นส่วนกับชุมชนท้องถิ่น 

 

 

 

แบบฟอร์มคำร้อง